เพิ่มพื้นที่สีแดงเข้ม

เมื่อวันที่31 ก.ค.ร ายงานข่าวจากทำเนี ยบรั ฐบ าลแจ้ง ว่า

จากสถานก ารณ์การแพร่ของcvที่ตัวเลขผู้ติ ดเชื้ อเพิ่มสูงต่อเนื่อง

ล่ าสุดวันที่ 31 ก.ค.ติดเชื้ อเพิ่ม 18,912 ร าย ขณะที่มาตรการตามข้อกำหนดฉบับที่28

ให้มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่20 ก.ค.จะครบเวลาประเมินสถานก ารณ์อย่ างน้อย14 วัน ตามประก าศ ในวันที่2 ส.ค.นี้

ร ายงานข่าวแจ้งว่า ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ เวลา 13.30 น.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรั ฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำน วยการศูนย์บริหารสถานก ารณ์การแพร่cv หรือศบค.

จะเป็นประธานประชุมศบค. ครั้งที่11/2564 ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ผ่ านระบบ วิดีโอคอนเฟอเรนซ์

โดยจะพิจารณาวาระต่างๆ และมาตรการที่ประก าศต ามข้อกำหนด ฉบับที่ 28 ที่มีผลบังคับใช้มาแต่วันที่ 20 ก.ค.

โดยเฉพาะการล็อกดาวน์ในพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จ. ที่จะยังคงมาตรการไว้ต่อเนื่องไประยะเวลาหนึ่ง

ตามแนวทางที่กระทร วงสาธารณสุข เสนอ หากล็อกดาวน์เข้มข้นและมีประสิทธิภาพจะลดจำนวนการติ ดเชื้ อลงได้ หากไ ม่ล็อกดาวน์ตัวเลขจะยิ่งพุ่งสูงขึ้น

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีหารือปรับพื้นที่ จ.สีแดงเข้ม เพิ่มเติมหลังพบว่าหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีจำนวนผู้ป่ว ยเพิ่มขึ้น จากการเดินกลับกลับภูมิลำเนา

รวมถึงจะพิจารณาผ่ อนปรนบ างมาตรการ เช่น ข ายอาหารในห้างสร รพสินค้า ให้ข ายแบบเดลิเวอรี่สั่งกลับบ้ านเท่านั้น

โดยจะเข้มง วดมาตรการป้องกันส่วนบุคคลของพนักงานในครัวมากขึ้น นอกจากนั้นติ ดต ามการจัดสรรวัคซีนให้ครอบคลุมประชาชนในกลุ่มเสี่ ยง

กลุ่มแร งงาน รวมถึงจัดสรรวัคซีนให้บุคลากรการแพทย์ด่านหน้ าและกลุ่มเป้าหมาย และการติ ดต ามความคืบหน้ าหลังการปรับแผนการฉีดวั คซี น

อ่านเพิ่มเติม